Case Study

Google Zeitgeist ประจำปี 2009

Google Zeitgeist ประจำปี 2009
ต่อจากสถิติของ Yahoo! สถิติการค้นหาสิบอันดับแรกประจำปี 2009 ของกูเกิลก็ได้เผยออกมาแล้วครับ โดยสถิติสิบอันดับดาวรุ่งพุ่งแรงของโลกในปีที่ผ่านมานั้นมีดังนี้
1. michael jackson ไม่แปลกเพราะเกือบทำเครือข่ายล่ม
2. facebook
3. tuenti เว็บ Social Network ของสเปน
4. twitter
5. sanalika คืออะไรใครทราบบ้างไหมครับ
6. new moon
7. lady gaga
8. windows 7
9. dantri.com.vn เว็บหนังสือพิมพ์ของเวียตนาม?
10. torpedo gratis ผมไม่แน่ใจว่ามีคนค้นหาตอร์ปีโดด้วย?

ส่วนสิบอันดับที่ร่วงเร็วที่สุดประจำปี 2009 มีดังนี้ครับ
1. beijing 2008
2. euro 2008
3. heath ledger
4. barack obama
5. amy winehouse
6. kraloyun
7. dailymotion
8. bebo
9. wii
10. emule
สำหรับในประเทศไทย สิบอันดับรุ่ง
1. 4shared
2. ดูหนังออนไลน์
3. ความคิด
4. gat-pat
5. dictionary More >

10 คำค้นยอดนิยมประจำปี 2009 จาก Yahoo! Search

10 คำค้นยอดนิยมประจำปี 2009 จาก Yahoo!
ใกล้ปลายปี เว็บไซต์ค้นหาก็เริ่มรวบรวมสถิติการค้นข้อมูลในรอบปีมาเปิดเผยให้ดูกันสนุกๆ ครับ 10 อันดับแรกของ Yahoo! ในสหรัฐ มีดังนี้
1. Michael Jackson อันนี้ไม่น่าแปลกใจ
2. Twilight อันนี้ก็ไม่น่าแปลกใจถ้าดูจากความดังของหนังสือและภาพยนตร์
3. WWE
4. Megan Fox
5. Britney Spears
6. Naruto ยืนยันความนิยมของนารุโตะในสหรัฐ
7. American Idol
8. Kim Kardashian เซเลบคนใหม่ที่กำลังดังแทนที่ Paris Hilton
9. NASCAR
10. Runescape เกม MMORPG ที่ติดอันดับของ Yahoo! มาหลายปี

นอกจากนี้ยังมีคำค้นด้านธุรกิจ 10 อันดับแรก
1. Facebook
2. Twitter
3. Hulu
4. Bing
5. iPhone
6. LinkedIn
7. Dollar Stores
8. Palm Pre
9. Rosetta Stone
10. Kindle
Yahoo! ยังรวมเทรนด์อื่นๆ ประจำปี More >

กรณีศึกษา เกี่ยวกับข่าว นาธาน โอมาน กับการเพิ่มยอดคนเข้าเว็บไซต์

กรณีศึกษา เกี่ยวกับข่าว นาธาน โอมาน กับการเพิ่มยอดคนเข้าเว็บไซต์
หลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีข่าวบันเทิงข่าวหนึ่งที่ทำให้ทุกคนสนใจเป็นอย่างมากน่ะครับ หวังว่าทุกคนคงรู้จักน่ะครับ นั้นคือข่าวคราวเกี่ยวกับนักร้องหนุ่มที่ชื่อ นาธาน โอมาน ซึ่งถือว่าเป็นข่าวที่ดังเอามาก ๆ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ผมก็เลยได้ทดสอบเกี่ยวกับการเพิ่ม Traffic คนเข้าเว็บไซต์จากคำค้นหาเกี่ยวกับ นาธาน โอมาน ซึ่งผมเองก็ได้ทดสอบกับเว็บไซต์ทั้งหมด 2 เว็บไซต์ ผลปรากฏว่าจากคำค้นหาเกี่ยวกับข่าวนักร้องหนุ่ม นาธาน โอมาน ไม่ว่าจะเป็นคีเวิร์ด
นาธาน โอมาน
ประวัตินาธาน โอมาน
ประวัติ นาธาน โอมาน
นาธาน โอมาน ประวัติ
ผมมันเด็กหลังเขา (หิมาลัย)
แฉ นาธาน โอมาน
นาธาน โอมาน พันทิป
นาธาน โอมาน โกหก
หรือคำที่ใกล้เคียงนั้นก็คือ
นาทาน โอมาน
ประวัตินาทาน โอมาน
ประวัติ นาทาน โอมาน
นาทาน โอมาน ประวัติ
ผมมันเด็กหลังเขา (หิมาลัย)
แฉ นาทาน โอมาน
นาทาน โอมาน พันทิป
นาทาน โอมาน โกหก
ก็ได้ผลตอบรับที่ดีครับ สำหรับการติดตามเทรนข่าวสาร สามารถส่งคนเข้าเว็บไซต์จากคำค้นเหล่านี้ได้วันล่ะหลายพันคนทีเดียว (สูงสุด 3 พันกว่า More >

ยอดผู้ใช้บริการค้นหา Bing และ Google โตขึ้น ส่วน Yahoo! ลดลง

ยอดผู้ใช้บริการค้นหา Bing และกูเกิลโตขึ้น ส่วนยาฮูลดลง
Bing
Google
Ranking
Search Engine
USA
Yahoo!
comScore ได้รายงานจำนวนผู้ใช้บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ พบว่ามีผู้ใช้ Bing เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.4 ในเดือนที่แล้วเป็น 9.9 ในเดือนนี้

ฟากกูเกิลก็มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 64.9 ในเดือนที่แล้วเป็น 65.4 ในเดือนนี้ แต่ยาฮูมีผู้ใช้ลดลงจากร้อยละ 18.8 ในเดือนที่แล้วเป็น 18.0 ในเดือนนี้
ที่มา
comScore
http://www.comscore.com/Press_Events/Press_Releases/2009/11/comScore_Releases_October_2009_U.S._Search_Engine_Rankings
Silicon Alley Insider
http://www.businessinsider.com/bing-search-share-continues-slow-rise-2009-11
ZDNet
http://blogs.zdnet.com/microsoft/?p=4567
Blognone
http://www.blognone.com/node/13960

Google Social Search ค้นหาข้อมูลใน Social Network ของเรา

Google Social Search ค้นหาข้อมูลใน Social Network ของเรา
กูเกิลเปิดฟีเจอร์ใหม่ของ Google Labs ให้เราค้นข้อมูลโดยจำกัดวงไว้ที่ “เครือข่ายสังคมออนไลน์” ของเราได้
ข้อมูลทั้งหมดจะเป็นข้อมูลที่อยู่ในดัชนีของกูเกิลอยู่แล้ว เพียงแต่กูเกิลเลือกข้อมูลที่มาจากเพื่อนๆ ของเรา โดยใช้ข้อมูลใน Gmail/Google Talk/Google Reader และถ้าใครเคยทำ Google Profile เอาไว้ มันก็จะไปดึงข้อมูลจากลิงก์ที่เราใส่เอาไว้ (เช่น Twitter หรือบล็อก) มาให้ด้วย
ถ้าใครอยากลองต้องมี Google Account ก่อน (คาดว่ามีกันทุกคนแล้ว) ขั้นตอนคือเข้าไปเปิดฟีเจอร์นี้ใน Google Labs จากนั้นค้นเว็บโดยใช้กูเกิลภาคภาษาอังกฤษ (ภาษาไทยยังไม่รองรับ) พอได้ผลการค้นหาขึ้นมา กดตรงคำว่า Show options ในแถบสีฟ้าๆ แล้วเลือกหมวดย่อยเป็น Social

ที่มา
Official Google Blog
http://googleblog.blogspot.com/2009/10/introducing-google-social-search-i.html
Blognone
http://www.blognone.com/node/13673

Google ค้นหา ข้อมูลเก่งขึ้น!!!

Google ค้นหา ข้อมูลเก่งขึ้น!!!
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันศุกร์ทีผ่านมา กูเกิ้ล (Google) ประกาศว่า ทางบริษัทได้พัฒนากลไกการค้นหา (Serch Engine) ให้มีความสามารถมากขึ้น โดยเฉพาะการเจาะลึก”เว็บเพจ“ว่า เซคชั่น (section) ต่างๆ ในหน้าเว็บมันพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้ต้องผิดหวัง หรือเสียเวลากับบริการ เนื่องจากคลิ้กลิงค์ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับหน้าเว็บที่ต้องการ
ปกติกูเกิ้ลจะแสดงหน้าผลลัพธ์ด้วยการจัดหาลิงค์ (links) ของเว็บไซต์ที่ตรงกับคำค้น (keyword) แต่ล่าสุดกูเกิ้ลได้พัฒนาขีดความสามารถให้ลงลึกไปยัง”คำค้น” และลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นที่ปรากฎในเซ็คชั่นต่างๆ บนหน้าเว็บ แทนที่เป็นแค่ตรงกับคำค้น ซึ่งในเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นอาจจะเป็นแค่อ้างอิงคำค้นดังกล่าวเท่านั้น แต่โดยรวมของหน้าเว็บเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการอย่างแท้จริง

“เรา ได้พัฒนาการค้นข้อมูลด้วยสองคุณสมบัติใหม่ที่ทำให้สามารถพบข้อมูลเพิ่มเติม (ลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นในหน้าเว็บ) ที่ซ่อนอยู่ในเว็บเพจ” Chris Kern ทีมข้อมูลของกูเกิ้ล โพสต์ไว้ในบล็อก ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวจะแสดงลิงค์ต่างๆ ในเซคชั่นของหน้าเว็บที่เกี่ยวกับคำค้นโดยตรง เพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่ามันไม่ใช่เป็นแค่หน้าเว็บที่อ้างอิงคีย์เวิร์ด “(คุณสมบัติใหม่)ทำให้การค้นของกูเกิ้ลเร็วขึ้น และง่ายขึ้นต่อการที่จะตัดสินใจได้ว่า รายการผลลัพธ์ใดที่มีข้อมูลที่ต้องการ” Kern กล่าว

การปรับรูปแบบการค้นข้อมูลครั้งนี้ ทำให้ผลลัพธ์ของกูเกิ้ลสามารถกระโดด (Jump to) เข้าไปยัง”ข้อมูล”ที่ผู้ใช้บริการต้องการคำตอบอย่างแท้จริง (หากพบ) เรียกได้ว่า กูเกิ้ลได้รับการพัฒนาให้ฉลาดขึ้นด้วยการตัดสินใจเลือกในสิ่งทีใช่ให้กับผู้ ใช้ทันที หรือกูเกิ้ลกำลังจะขยับไปสู่การเป็น “decision engine” More >

การใช้จ่ายในสื่อออนไลน์ ในอเมริกาแซงหน้าสื่อโฆษณาทีวีแล้ว

วันนี้พอมีเวลาว่างแวะเข้าไปอ่านข้อมูลข่าวสาร จากเว็บไซต์เดิม ๆ ที่ผมเข้าไปอ่านเป็นประจำ ก็ไปอ่านเจอข่าวเกี่ยวกับสื่อออนไลน์จากเว็บไซต์ pawoot.com ซึ่งหัวข้อข่าวก็คือ
การใช้จ่ายในสื่อออนไลน์ ในอเมริกาแซงหน้าสื่อโฆษณาทีวีแล้ววววว
ปี 2009 เป็นปีแรกที่ สื่อโฆษณาออนไลน์ของอเมริกา มีการใช้จ่ายมากกว่าสื่อโฆษณาทางทีวี (ท้องถิ่นและทั่วภูมิภาค)  โดยตัวเลขเพิ่มจาก 10.6% ในปี 2008 มาเป็น 12.2% ในปี 2009 การประมาณการนี้โดย Myers Publishing.โดยทาง Myers ทำนายว่า โฆษณาทางออนไลน์จะเพิ่มขึ้นไปแตะ 13.4% ในปี 2011 ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับสื่ออื่นๆ
http://www.pawoot.com/article/online-advertising/521

หลังจากที่ผมได้อ่านและดูจากข้อมูลแล้ว ผมเองก็ไม่แปลกใจอะไรมากมายครับ เพราะผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านการตลาดออนไลน์ หรือการโฆษณาออนไลน์ผ่านอินเตอร์เอง ก็คงจะมีแนวความคิดที่ไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่นักเกี่ยวกับเรื่องนี้
ยิ่งทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช่เวลาอยู่กับโลกออนไลน์มากเท่าไหร่ สื่อโฆษณาออนไลน์ก็มีโอกาศเติบโตได้เร็วมากเท่านั้นครับ
ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าใครจะครอบครอง หรือใช้ประโยชน์จากจุดนี้ให้ได้มากที่สุดเท่านั้นเอง

ส่วนแบ่งตลาด Bing ในสหรัฐแตะหลัก 10% แล้ว

ส่วนแบ่งตลาด Bing ในสหรัฐแตะหลัก 10% แล้ว
ตอน Bing เปิดตัวใหม่ๆ คนเข้าเพิ่มขึ้นเยอะมากเพราะอยากลองของใหม่ แต่หลังจากเวลาผ่านไป 1 เดือนแรก ส่วนแบ่งตลาดค้นหาของไมโครซอฟท์ (เฉพาะในสหรัฐ) เพิ่มจาก 6.2% มาเป็น 6.5% เท่านั้น
แต่พอเวลาผ่านมาอีกสักพัก ความพยายามของไมโครซอฟท์เริ่มเห็นผล เพราะเดือนสิงหาคม 2009 ไมโครซอฟท์มีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐ 10.7% แล้ว ถ้านับอัตราเติบโตเทียบกับเดือนก่อนหน้า Bing โตถึง 22.1%
ส่วนแบ่งตลาดที่ Bing ได้มา ส่วนใหญ่มาจากยาฮู ซึ่งในระยะเวลาเท่ากันคนเข้าน้อยลง 4.2% ตอนนี้มีส่วนแบ่งตลาดที่ 16%
ส่วนแชมป์อย่างกูเกิลยังมีส่วนแบ่งที่ 64.6% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ถ้ามองจำนวนผู้ค้นหาข้อมูลทั้งหมดของสหรัฐ โตขึ้น 2.9%
ที่มา
CNET
http://news.cnet.com/8301-10805_3-10354394-75.html
Blognone
http://www.blognone.com/node/13151

(Credit: Nielsen) http://www.nielsen.com/

ไอบีเอ็มทดสอบเสิร์ชเอนจิ้นใหม่ ใช้ภาพและวีดีโอช่วยหาข้อมูล

ไอบีเอ็มทดสอบเสิร์ชเอนจิ้นใหม่ ใช้ภาพและวีดีโอช่วยหาข้อมูล
ไอบีเอ็มยุโรปได้เปิดตัวเสิร์ชเอนจิ้นใหม่ ชื่อโครงการว่า SAPIR (Search in Audio-Visual Content Using Peer-to-peer Information Retrieval) มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้นหาภาพหรือวีดีโอที่เกี่ยวข้องกันบนอินเทอร์เน็ต
SAPIR จะใช้รูปภาพวีดีโอในการค้นหาข้อมูล โดยอัลกอริทึมจะค้นหาทุกภาพที่อัพโหลดขึ้นมา แล้วดึงองค์ประกอบของภาพ ทั้งชุดสี โครงสร้างสี เลย์เอาต์ของสี เส้นโครงสร้างของวัตถุในรูป แพตเทิร์นและพื้นผิว แทนที่จะเป็นคำอธิบายข้อมูล (metadata) หรือแท็กของรูปภาพเช่นเดียวกับเสิร์ชเอนจิ้นอื่นอย่าง กูเกิล, Bing, ยาฮู เป็นต้น
SAPIR อาจนำไปประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ทางการแพทย์ การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ (อาทิ ถ้าเราต้องการหาว่าเราจะซื้อเสื้อผ้าที่ต้องการได้ที่ไหน ก็เพียงถ่ายรูปเสื้อแบบที่เราต้องการซื้อ) การวิเคราะห์ใบหน้า การหาตำแหน่ง และอื่นๆ ได้ในอนาคต
ที่มา :
Softpedia
http://news.softpedia.com/news/IBM-to-Test-Search-Engine-Market-with-Bold-New-Project-121516.shtml
Blognone
http://www.blognone.com/node/13113